Home
Urgently Jobs
Resume Search

Please Login For Resume Information

Job Requirment

  • Position:

    Occupation:

    Medical Services

    Sub Occupation:

    Assistant

  • Position:

    Occupation:

    Manufacturing/QA-QC

    Sub Occupation:

    Quality Assurance/Control-Testing/ISO

Interested business type

  • Research and Development
  • Medicine / Cosmetic / Medical Equipment
  • Entertaining

Job Location

Bangkok (All)

Songkhla (All)

Samut Prakarn (All)

Latest Salary

19,500 - 26,000 THB

Job Type

Full time

Availability

more than 30 days

Working Bangkok

Yes

Work Upcountry

Yes

Education

2025 - Prince of Songkls University

Faculty:-
Major:-
GPA 2.83 - Bachelor's Degree

Experience/ Internship

November 2025 toApril 2026  (5 Month)
  • Last Position:
  • Research Intern
  • Business Type:
  • Research and Development

Job Description

  • Research student in the project on biodegradable microneedle patches containing phage, which represents a novel approach to the treatment of infected wounds.
April 2024 toJune 2024  (2 Month)
  • Last Position:
  • Scientist
  • Business Type:
  • Hospital activities (except specialized hospital activities)

Job Description

  • จะปฎิบัติงานเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยในการฝึกงานจะแบ่งออกเป็น 6 station ซึ่งแต่ละ station จะฝึกอยู่ที่ประมาณ station ละ1สัปดาห์
  • ????Station ที่1 :เตรียมตัวอย่างหรือ specimen ลงใน plate
  • ✅สิ่งแรกที่ต้องทำคือ นำ Specimen จากห้องรับสิ่งส่งตรวจ แล้วทำการนำ specimen มาใส่ในกล่องที่ได้เตรียมไว้ และUrine จะแช่อยู่ในตู้เย็น โดยจะนำspecimenออกมาพร้อมกับใบข้อมูลของคนไข้
  • - specimen ( สิ่งส่งตรวจ ) เช่น sputum, hemoculture, bronchoalveolar lavage (BAL), CSF, urine, pus, stool, น้ำเจาะต่างๆ เช่น น้ำเจาะปอด น้ำเจาะท้อง เป็นต้น
  • * ทำการแยก specimen ที่ได้มาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ hemoculture, urine, stool และ miscellaneous ( นอกเหนือจาก 3 กลุ่มแรกที่กล่าวมา เช่น sputum, pus, BAL , น้ำเจาะ )
  • * เช็คในใบข้อมูลของคนไข้ ว่าหมอสั่งให้ทำการตรวจอะไรบ้าง เช่น culture, ย้อม gram stain, ย้อม AFB stain, Gene X pert, fungus , TB culture
  • * ทำการ label เลขในใบข้อมูลของคนไข้และสิ่งส่งตรวจให้ตรงกัน
  • -โดยการใช้สัญลักษณ์ u แทน urine แล้วตามด้วยตัวเลข เช่น u1 เป็นต้น
  • - ใช้สัญลักษณ์ s แทน stool เช่น s1 เป็นต้น
  • - miscellaneous และ hemoculture จะไม่มีการใช้สัญลักษณ์ แต่จะเขียนด้วยตัวเลขไปได้เลย
  • * ลง specimen ในอาหารเลี้ยงเชื้อ ในกรณีที่ใบข้อมูลคนไข้มีการสั่งให้ย้อม gram stain, ย้อม AFB stain ต้องลง specimen บนสไลด์ด้วย
  • * hemoculture จะนำเข้าตู้ hemoculture ก่อน โดยเครื่องนี้จะใช้หลักการยิงแสงฟลูออเรสเซนซ์ เมื่อขึ้นสีแดงที่หน้าตู้ หมายถึง hemoculture positive (พบเชื้อ) จึงสามารถนำออกมาทำการ culture ได้
  • ???? การลง specimen บนอาหารเลี้ยงเชื้อ
  • * urine : ลง BA, MCA
  • * miscellaneous : ลง CA, BA, MCA *กรณีน้ำเจาะต่างๆหรือ body fluid ต้องลง FTM หรือ Fluid Thioglycolate medium ด้วย
  • * pus (หนอง) : ลง BA, MCA *กรณี pus ที่มาจากอวัยวะสืบพันธ์ให้ลง CA ด้วย
  • * Stool (อุจจาระ) : ลง TCBS, XLD
  • * hemoculture : ลง CA, BA, MCA และ ลงสไลด์
  • ???? อาหารเลี้ยงเชื้อที่ควรทราบ
  • * CA(chocolate agar), BA(Blood agar) : ใช้ในการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ
  • * MCA (MacConkey agar) : ใช้ในการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ
  • * TCBS (Thiosulfate Citrate Bile salts Sucrose agar) : ใช้ในการตรวจหาเชื้อ Vibrio sp. ( Vibrio cholerae, Vibrio parahaemolyticus )
  • * XLD (Xylose lysine Dextrose agar) : ใช้ในการตรวจหาเชื้อ Salmonella sp. และ Shigellla sp.
  • * FTM : ใช้ทดสอบการเจริญของเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ใช้ออกซิเจน(aerobe)และไม่ใช้ออกซิเจน(anaerobe)
  • * ขั้นตอนการลง specimen บนอาหารเลี้ยงเชื้อ ต้องลงจาก CA > BA > MCA > slide > FTM
  • * ทำการ streak เป็น 4 ระนาบ **(ระนาบที่1และระนาบที่4ห้ามชนกัน)**
  • * ในกรณีของ miscellaneous ที่ลงบน BA ต้องขีดด้วย S. aureus ในระนาบที่ 1 และระนาบที่ 4
  • * ในกรณี urine และ BAL ที่ลงบน BA จะใช้ calibrate loop ลงเป็นรูปตัว Tแล้วทำการstreak ให้ทั่วผิวหน้าวุ้น
  • * ทำการนำเข้าตู้บ่ม
  • - MCA, TCBS, XLD จะบ่มที่ตู้ 37 องศาเซลเซียส
  • - BA, CA บ่มที่ตู้ 37 องศาเซลเซียส ( CO2 )หรือตู้คาร์บอน
  • * ลงทะเบียนข้อมูลคนไข้ โดยทำการติดสติ๊กเกอร์ชื่อและข้อมูลยาจากใบข้อมูลคนไข้ลงในสมุดทะเบียน พร้อมปั๊มวันที่ให้เรียบร้อย และลงทะเบียนเข้าระบบของโรงพยาบาลโดยใช้ระบบที่เรียกว่า mLAB
  • ???? station ที่ 2 : ย้อมสี
  • ในทุกวันของการเริ่มต้นการย้อมแกรมต้องทำการย้อม slide control ด้วย
  • ????การย้อมสีแกรม ( gram stain ) : เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ
  • - ทำการ smear ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทำการ heat fix
  • - หยดสี crystal violetให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 10 วินาทีแล้วล้างน้ำ
  • - หยด gram iodine ให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วล้างน้ำ
  • - หยด decolorize ประมาณ 5 วินาที แล้วล้างน้ำออก
  • - หยดสี safranin ให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 10วินาที แล้วล้างน้ำ
  • ????การย้อม acid - fast stain โดยวิธี ziehl neelsen :เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่มีผนังเซลล์ทนกรด โดยเฉพาะเชื้อในกลุ่ม Acid-fast Bacilli เช่น mycobacterium tuberculosis,Mycobacterium leprae เป็นต้น
  • ขั้นตอนเริ่มจาก…….
  • - ทำการ smear ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทำการ heat fix
  • - หยดสี carbol fuchsin ให้ท่วม smear ใช้ไฟลนให้พอขึ้นไอ อย่าให้เดือด ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างน้ำ
  • - ล้างสีออกด้วย 3% HCL ใน 95% alcohol แล้วล้างน้ำ
  • - หยดสี methylene blue ให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วล้างน้ำ
  • ????การย้อม AFB fluorescent stain : เพื่อตรวจสอบเชื้อ Mycobacterium sp. ( แบบเรืองแสง )
  • - มีทั้งการใช้เครื่องย้อมและการย้อมด้วยมือปกติ ส่วนมากจะเน้นการใช้เครื่องมากกว่า เพราะ ง่าย มีความสะดวกและรวดเร็ว
  • - โดยการใช้เครื่อง AFB auto stainer AT -2000F fluorescent ทำการใส่ slide ที่ทำการ smear และ heat fix เรียบร้อยแล้วใส่เข้าไปในเครื่อง เมื่อใส่ slide เข้าเครื่องแล้วให้กรอกจำนวน slide ที่ได้ใส่เข้าไป และกดปุ่มเริ่มทำงานได้ รอประมาณ 15 นาที
  • - การย้อมด้วยมือ ให้หยดสี 0.3% Auramine ให้ท่วมรอย smear ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างน้ำ ตามด้วยหยดน้ำยา 0.5% acid alcohol ทิ้งไว้ 2 นาทีแล้วล้างน้ำ และขั้นตอนสุดท้ายหยดสี 0.5% potassium permanganate ทิ้งไว้ 1 นาทีแล้วล้างน้ำ นำslide ไปตากไว้บน heater
  • ????การย้อม modified acid-fast stain : เพื่อตรวจสอบเชื้อ Nocardia sp. และ Rhodococcus sp.
  • - ทำการ smear ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทำการ heat fix
  • - หยดสี carbol fuchsin ให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างน้ำ
  • - ล้างสีออกด้วย 1% sulfuric acid แล้วล้างน้ำ
  • - หยดสี methylene blue ให้ท่วม smear ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วล้างน้ำ
  • ???? station ที่ 3 : ส่องกล้องจุลทรรศน์
  • * ส่องกล้องจุลทรรศน์แบบ light microscope : โดยเริ่มต้นจากการดูที่กำลังขยาย 10x เมื่อเจอเชื้อแล้วให้ทำการหยด immersion oil แล้วหมุนไปที่กำลังขยาย 100x
  • - hemoculture : ทำการดูลักษณะการติดสี รูปร่าง และการเรียงตัวของเชื้อ เช่น gram positive cocci cluster ,gram positive palisade เป็นต้น
  • - urine และ miscellaneous : ทำการเกรดปริมาณของ white blood cell ,Red blood cell (แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยเจอ) และ epithelial cell แล้วรายงานผลเป็น rare, few, moderate และ numerous ***(โดยจะทำการเกรดปริมาณที่หัว40x)จากนั้นทำการดูลักษณะการติดสี รูปร่าง และการเรียงตัวของเชื้อ***(จะทำการเกรดปริมาณที่หัว100x)โดยในกรณีของ gram negative ไม่ต้องบอกการเรียงตัวของเชื้อ เช่น
  • gram positive bacilli ( Chinese latter ) , gram negative bacilli
  • * ส่องกล้องจุลทรรศน์แบบ fluorescent : ทำการดูเพียงกำลังขยาย 40x
  • เชื้อที่ให้ผลบวก ( Mycobacterium sp. ) มีรูปร่างเป็นแท่ง ลักษณะเรียวยาว ให้การเรืองแสงสีเหลืองของสี Auramine แล้วจากนั้นทำการเกรดปริมาณเป็นrare,scanty,+1,+2,+3 เป็นต้น
  • ????station ที่ 4 : อ่าน plate ( miscellaneous, urine )
  • * ????ช่วงเช้า
  • - การอ่าน plate miscellaneous : โดยทำการอ่านทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่
  • 1.เกรดปริมาณจำนวนโคโลนี แล้วรายงานผลเป็น rare, few, moderate และ numerous
  • 2.ขนาดของโคโลนี เช่น tiny, small, medium และ large
  • 3.สีของโคโลนี เช่น white, grey, green และ yellow mustards
  • 4.ลักษณะเพิ่มเติม เช่น mucoid, แผ่ และ hemolysis(บนBA)
  • * บน MCA : รายงานผลเป็น LF และ NLF
  • - การอ่าน plate urine
  • 1.บน BA : เกรดปริมาณจำนวนโคโลนี เป็น 10^3, 10^4-5 และ >10^5
  • 2.บน MCA : รายงานผลเป็น LF และ NLF
  • เมื่ออ่าน plate เรียบร้อยแล้ว ทำการเขี่ยโคโลนีทุกตัวที่ขึ้นบน plate ใส่ลงใน TSB แล้วทำการนำเข้าตู้บ่ม 37 องศาเซลเซียส ****(โดยใน plateที่เราได้ทำการอ่านนั้นห้ามมีเชื้อเกิน3ชนิด ถ้าหากมี3ชนิดให้รายงานเป็น mix bacterial growth แต่ถ้าหากเกิน3 ชนิดให้ทำการ Reject)****แล้วหลังจากนั้นทำการเขี่ยเชื้อจากที่เราได้อ่าน โดยทำการlabel tubeที่มีTSB เขี่ยเชื้อใส่ลงไป เชื้อ1ชนิด/TSB1หลอด แล้วเขี่ยใส่ครบก็นำไปบ่มในตู้37องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาประมาณ 2-3ชั่วโมง
  • ในกรณีของเชื้อที่ขึ้นบน plate เป็นลักษณะของโคโลนีเชื้อตัวเดียว สามารถนำเข้าเครื่อง vitex ได้ ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ในการ identification และ บอก sensitivity ของยา (แต่ส่วนมากที่เข้าเครื่องvitex มักจะเป็นเชื้อแกรมลบตัวเดียวและแกรมบวกบางตัว ตามความเหมาะสม)
  • ** ????ช่วงบ่าย **
  • ทำการป้ายเชื้อจากหลอด TSB จากช่วงเช้าลงใน MHA, MHA + 5% sheep blood ( สำหรับกลุ่ม Streptococcus sp.)และ BA (สำหรับกลุ่ม alpha hemolysis) เพื่อทำการปั๊มยาต่อไป
  • ซึ่ง TSB จะมีลักษณะ 2 แบบคือ ขุ่น(เชื้อหมักน้ำตาล glucose) และ ใส (เชื้อไม่หมัก น้ำตาล glucose) หลอดที่ขุ่นจะต้องทำการปรับความขุ่นด้วย normal saline solution ให้ได้ความขุ่น 0.5 McFarland standards ก่อนการป้ายลงบน plate โดยจะใช้ cotton swab ในการป้าย
  • - ลง Biochem test [กลุ่มแกรมลบและกลุ่มแกรมบวก BE ( Streptococcos sp. และ Enterococcus sp.) ]
  • -TSB ขุ่น : ลง TSI, LIM, citrate, urea และ malonate
  • -TSB ใส : ลง TSI, LIM, citrate, OF-Glu, OF-mal และ OF-lac
  • -กลุ่ม BE : ลง bile esculin, 6.5% NaCl, arabinose, PPR และ
  • 0.04% potassium tellulite
  • - กลุ่ม gram positive cocci cluster ที่ทดสอบ catalase test แล้วให้ผลบวก ให้ลง coagulase test เพื่อทดสอบเชื้อ S. aureus
  • ????station ที่ 5 : identification
  • *???? ช่วงเช้า
  • - อ่าน biochemical test จากนั้น inden ออกมาเป็นชื่อเชื้อ genus พร้อม species แล้วบันทึกผลในสมุดทะเบียนของผู้ป่วยแต่ละราย
  • - แกรมลบทดสอบ oxidase test ทุกครั้ง
  • - อ่านผลจากการทำ disk diffusion โดยการวัด clear zone ด้วยไม้บรรทัด แต่ใน MHA + 5% sheep blood ให้วัดด้วย vernier caliperหรือไม้บรรทัด
  • - ลงข้อมูลเชื้อในระบบของโรงพยาบาล
  • * ????ช่วงบ่าย
  • - ปั๊มยา ลงใน plate ที่ได้ป้ายเชื้อไว้จาก station ที่ 4
  • - การปั๊มยา แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
  • 1.กลุ่ม staphylococcus sp. : ปั๊มยา streptococcus sp.(st)
  • 2.กลุ่ม BE : ปั๊มยา BE และ Streptococcus sp.(st)
  • 3.กลุ่มแกรมลบ : ปั๊มยา R1, Rใส และ Rขุ่น
  • ????station ที่ 6 : อ่าน plate ( hemoculture )
  • * ????ช่วงเช้า
  • อ่านเชื้อที่ขึ้นบน plate คล้ายๆกับ การอ่าน plate miscellaneous แต่ hemoculture จะอ่านได้ง่ายกว่าเนื่องจากเชื้อที่ขึ้นบน plate โดยส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อตัวเดียว และไม่ต้องทำการเกรดปริมาณ อ่านแค่ขนาดและสีของโคโลนีเท่านั้น จากนั้นเขี่ยเชื้อทุกตัวที่ขึ้นบน plate ใส่ลงใน TSB
  • *ในกรณีของกลุ่มแกรมลบและแกรมบวกที่มี hemo 2 ขวดจากผู้ป่วยคนเดียวกัน ให้นำเข้าเครื่อง vitex
  • * ????ช่วงบ่าย
  • ทำเหมือนกับช่วงบ่าย ของ station ที่ 4
  • บางสัปดาห์ทางตึกต่างๆของโรงพยาบาลจะมีการส่งตัวอย่างน้ำประปามาให้ตรวจ ซึ่งจะใช้การตรวจแบบ PMN
  • และในบางวันจะมีได้ทำการวิเคราะห์หาเชื้อโดยใช้เครื่อง MALDI-TOF และ VITEK ซึ่งจะทำให้iden หาเชื้อได้เร็วขึ้น
  • ???? 1. การนำเชื้อเข้าเครื่อง MALDI-TOF MS
  • MALDI-TOF ใช้หลักการแยกชนิดของเชื้อจาก “โปรตีน” ที่อยู่บนผิวเซลล์ ซึ่งให้ลายนิ้วมือโปรตีนเฉพาะสำหรับแต่ละชนิดของจุลชีพ
  • ✅ ขั้นตอนหลัก:
  • 1.1 การเพาะเชื้อ
  • ใช้เชื้อจาก pure colony (เพาะบนวุ้น blood agar หรือ nutrient agar อย่างน้อย 18–24 ชั่วโมง)
  • 1.2 เตรียม slide (target plate)
  • หยิบเชื้อจำนวนเล็กน้อย (ป้ายคล้ายแต้ม Gram) ไปวางที่ตำแหน่งบน MALDI target plate
  • ตำแหน่ง 1 ช่องสำหรับเชื้อ 1 ตัวอย่าง
  • 1.3 เติม matrix
  • หยดสาร matrix solution (เช่น α-Cyano-4-hydroxycinnamic acid - HCCA) ลงบนจุดที่ป้ายเชื้อ (1–2 µL) ปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง (ประมาณ 5–10 นาที)
  • 1.4 โหลดเข้าเครื่อง
  • ใส่ target plate เข้าเครื่อง MALDI-TOF MS
  • เครื่องจะยิงเลเซอร์ทำให้โปรตีนไอระเหยและวัด mass/charge ratio (m/z) ระบบจะเทียบกับ database เพื่อบอกว่าเชื้อนั้นคืออะไร
  • ✅ ผลลัพธ์:
  • ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
  • ให้ผลเป็นชื่อของแบคทีเรียหรือรา พร้อมคะแนนความมั่นใจ
  • ???? 2. การนำเชื้อเข้าเครื่อง VITEK 2 (เช่น bioMérieux)
  • VITEK 2 เป็นระบบ automated สำหรับ ระบุชนิดเชื้อ และทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพ โดยใช้ card เฉพาะ
  • ✅ ขั้นตอนหลัก:
  • 2.1 เตรียม pure colony
  • ใช้เชื้อจากเพลตเพาะเชื้อ 18–24 ชม. ใช้cotton swab ป้ายเชื้อลงในหลอดน้ำเกลือ
  • 2.2 ปรับความขุ่น
  • ปรับความขุ่น ให้เท่ากับ McFarland 0.5–0.63 โดยใช้เครื่องวัดความขุ่น (DensiCHEK หรือเครื่องวัด turbidity) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพื่อให้จำนวนเซลล์สม่ำเสมอ
  • 2.3 เลือกชนิดของ card
  • VITEK ID card: สำหรับระบุชนิดเชื้อ (ID card มีให้เลือกหลายแบบ เช่น GN สำหรับแกรมลบ, GP สำหรับแกรมบวก) VITEK AST card: สำหรับตรวจความไวต่อยาปฏิชีวนะ (เช่น AST-N263, AST-P628 แล้วแต่กลุ่มเชื้อ)
  • 2.4 โหลดเชื้อใส่ card
  • ระบบจะดูดเชื้อจากหลอด suspensions เข้าสู่ card อัตโนมัติ
  • นำ card + หลอด suspension เข้าเครื่อง VITEK 2
  • 2.5 บ่มเชื้อและวิเคราะห์
  • เครื่องจะบ่ม card ที่อุณหภูมิ 35–37°C
  • ภายใน card มีช่องใส่สารทดสอบ >60 ช่อง เครื่องจะถ่ายภาพวิเคราะห์การเจริญเติบโตของเชื้อในแต่ละช่อง
  • ✅ ผลลัพธ์:
  • ใช้เวลาประมาณ 15นาที
  • รายงานชื่อเชื้อชนิดเดียวกับ MALDI-TOF หรือใกล้เคียง
  • รายงานค่าความไวต่อยาเป็น MIC และ S / I / R (Sensitive / Intermediate / Resistant)
April 2023 toJune 2023  (2 Month)
  • Last Position:
  • Part-time Employee
  • Business Type:
  • Retail

Job Description

  • Main Responsibilities
  • Cashier
  • Process payments in cash, card, or app, and provide accurate change.
  • Stocking
  • Restock products, organize items on shelves, and check expiration dates.
  • Maintain store cleanliness
  • This includes sweeping, mopping, wiping counters, and ensuring the overall area is clean.

Hard Skill

  •  - microsorft office 365 / Beginner

Soft Skill

  •  - Social grace
  •  - Emotional Intelligence
  •  - Critical Thinking
  •  - Teamwork
  •  - Collaboration
  •  - Attention to Details

Language skills

  • Speaking

  • Listening

  • Reading

  • Writing

  • English
  • Medium
  • Medium
  • Good
  • Medium
  • Thai
  • Excellent
  • Excellent
  • Excellent
  • Excellent
Top