Kushitani(Thailand) Co.,Ltd.

ABOUT US

What is KUSHITANI ?



70ปี คุชิทานิ



คอลเลคชั่นอุปกรณ์สำหรับการขับขี่ปี 2017



คุชิทานิก้าวสู่ปีที่70ในปี ค.ศ.2017 ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าและการสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน คุณชิทานิเริ่มต้นกิจการจากร้านเครื่องหนังเล็กๆในเมืองฮามามัตสึ  การผลิตรถจักรยานยนต์ในเมืองฮามามัตสึมีความเติบโตอย่างอย่างรวดเร็วทำให้เราเริ่มขยายกิจการมาสู่การผลิตชุดหนังสำหรับรถจักรยานยนต์ แต่เดิมที่ญี่ปุ่นเองไม่มีเรซซิ่งสูทหนังที่เย็บติดกันทั้งส่วนล่างและบนมาก่อนสำหรับคุชิทานิเองก็เป็นครั้งแรกที่ผลิตเรซซิ่งสูทหนังแต่ทว่าเราได้รับคำชมจากนักแข่งหลายสนามว่า “ชุดหนังของคุชิทานินั้นเยี่ยมมา!” และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เราเริ่มต้นจากการให้ความร่วมมือกับทางท้องถิ่นในการผลิตและทางผู้ก่อตั้งคุชิทานิได้ตั้งใจว่า “เราอยากจะผลิตให้ดียิ่งขึ้นและอยากเห็นรอยยิ้มของลูกค้าต่อไป” ทำให้เราได้ลงมือลงแรงกับเรซซิ่งสูทหนังสำหรับรถจักรยานยนต์เรื่อยมาจนขยายกิจการในการผลิตและจำหน่ายเครื่องนุ่งห่มสำหรับผู้ขับจักรยานยนต์  การผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศญี่ปุ่นมีความเติบโตอย่างมากทำให้เรากิจการของเราเติบโตขึ้นมากเช่นกัน อีกทั้ง เรายังได้รับคำชมในเรื่องคุณภาพจากเหล่านักแข่งว่า “ผลิตภัณฑ์ของคุชิทานินั้นดีจริงและอยากจะใส่ผลิตภัณฑ์ของเราต่อไป” พนักงานของคุชิทานิเองไม่ได้หยุดเพียงเพราะคำชมของเหล่านักแข่งทั้งหลาย เราต่างช่วยกันพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก หากมีความต้องการหรือข้อเสนอแนะจากนักขับขี่เราก็จะรับฟังและหาวิธีการผลิตหรือดัดแปลงเพื่อให้ได้เครื่องหนังที่ใส่สบายและให้ความปลอดภัยตามความตั้งใจที่ว่าเราจะผลิตสินค้าที่ดียิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันเพื่อเราจะได้เห็นรอยยิ้มลูกค้า...........





เราผลิตชุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยแก่นักแข่งที่ใช้ความเร็วและเทคนิคต่างๆในการแข่งขันให้มากที่สุดที่ทำได้…..และนี่คือสิ่งที่ผู้ก่อตั้งและพนักงานคุชิทานิทุกคนคำนึงถึงตั้งแต่เริ่มแรก นอกจากชุดหนังสำหรับนักแข่งแล้วเรายังขยายการผลิตเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์ทั่วไปอีกด้วยเพราะเราทราบดีว่าไม่ว่านักแข่งมืออาชีพหรือผู้ขับขี่ทั่วไปต่างก็ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสบายในการสวมใส่เช่นกัน พนักงานของคุชิทานิจำนวนไม่น้อยก็เป็นนักขับจักรยานยนต์เช่นกันทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกของลูกค้าเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตและวางจำหน่ายสินค้าแต่เรายังคำนึงการสร้างวัฒนธรรมและการพัฒนาของวงการรถจักรยานยนต์ เพราะถ้าหากเรามองเพียงแต่การผลิตรถจักรยานยนต์ จนลืมที่จะพัฒนาเป็นวัฒนธรรมแล้วล่ะก็ความตั้งใจของคุชิทานิก็จะไม่เป็นที่เผยแพร่ออกไปได้เลย แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปแต่ความตั้งใจของเราที่ว่า “เราจะผลิตสินค้าให้ดียิ่งขึ้นเพราะเพราอยากเห็นรอยยิ้มของลูกค้า” ไม่ได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัยแต่อย่างใด เรายังคงสืบสานความตั้งใจอันแรงกล้าของผู้ก่อตั้งที่จะลองทำในสิ่งใหม่ๆเพื่อคุชิทานิจะอยู่กับลูกค้าต่อไปในอนาคต จากนี้ไปเราจะยังคงยึดถือความตั้งใจนี้ไว้และหวังว่าทุกท่านจะให้การสนับสนุนเราต่อๆไปจากนี้ด้วย





จุดเริ่มต้น (〜ค.ศ.1960)

จากชุดหนังสู่ความปลอดภัย



     ประวัติความเป็นมาของคุชิทานิเริ่มในปีค.ศ.1947 (โชวะ22) ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2ไม่นานนัก โยชิฮิโระ คุชิทานิผู้เป็นสามีกับโทชิโกะผู้เป็นภรรยาและพนักงานเพียงไม่กี่คนได้เปิดร้านเครื่องหนังคุชิทานิเล็กๆ ในเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิสึโอกะ ผู้ก่อตั้งคุชิทานิทุกคนต่างเป็นช่างมีทักษะในการผลิตเครื่องหนังซึ่งมักจะผลิตเครื่องแต่งกายเป็นหลัก เช่น เสื้อคลุมหนัง เสื้อโค้ทหนัง พนักงานเหล่านี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคุชิทานิเลยก็ว่าได้ ในเวลานั้นญี่ปุ่นที่บอบช้ำกับการพ่ายแพ้สงครามกำลังเริ่มฟื้นฟูประเทศและเพิ่งจะเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตขึ้นและ





หนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมผลิตรถจักรยานยนต์ ในปี ค.ศ.1950 มีบริษัทเล็กใหญ่รวมกันกว่า150 บริษัทที่ผลิตรถจักรยานยนต์ออกสู่ท้องตลาด รอบเมืองฮามามัตสึเองก็เป็นสถานที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตรถจักรยานยนต์เช่นกัน 3ใน4 ของผู้ผลิตรายใหญ่ในปัจจุบันก็กำเนิดมาจากเมืองฮามามัตสึ สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่มากับการเติบโตของการผลิตก็คือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นการประลองเทคนิคของเหล่าผู้ผลิตทำให้มีการพัฒนายิ่งขึ้นไปและเป็นตัวชี้วัดผู้ที่อยู่รอดในวงการ หนึ่งในการแข่งขันที่เลื่องชื่อ คือ การแข่งขันฟูจิโทะซัน ครั้งที่1 ในปี ค.ศ.1953 ในเวลานั้นการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการพัฒนาทำให้การเตรียมความพร้อมนักแข่งยังไม่ดีเท่าที่ควร แม้จะเรียกกันว่าการแข่งขันแต่ทางที่ใช้แข่งกว่าครึ่งยังเป็นทางลูกรังและนักแข่งเองก็ใส่ชุดที่ทำจากผ้ากันเสียส่วนมาก แม้ว่าในเวลานั้นจะมีชุดสำหรับนักแข่ง





แล้วก็ตามแต่ก็เป็นชุดที่เสื้อคลุมหนังกับกางเกงหนังแยกกัน หากเทียบกับปัจจุบันแล้วในด้านความปลอดภัยถือว่าต่ำมาก ในเวลานั้นซูซูกิจิโดฉะโคเกียว (ปัจจุบันคือ ซูซูกิ) ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮามามัตสึได้เสนอความคิดเกี่ยวกับเรซซิ่งสูทหนังที่เย็บติดกันทั้งส่วนบนและส่วนล่างในการแข่งขันอาซามะโคเก็น ครั้งที่1 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่นักแข่งชาวตะวันตกนิยมใส่เรซซิ่งสูทหนังในการแข่งขันแต่กลับไม่เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นและไม่ค่อยมีข้อมูลปรากฏสักเท่าไร ผู้รับผิดชอบการแข่งขันซูซูกิได้สั่งผลิต "ชุดที่เย็บติดทั้งส่วนบนส่วนล่าง" จากคุชิทานิผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องหนังในเมืองฮามามัตสึและถือว่าเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุชิทานิได้ขยายการผลิตมาสู่การผลิตเครื่องแต่งการที่ทำจากหนังสำหรับผู้ขับรถจักรยานยนต์    





 



ผู้ก่อตั้งไม่มีความข้องเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมาก่อนจึงทำให้ไม่เคยนึกถึงเรซซิ่งสูทหนังเลยแม้แต่น้อย แต่ความตั้งใจที่จะ "ผลิตสิ่งที่ดียิ่งขึ้นเพื่อรอยยิ้มของลูกค้า " จึงได้ลงมือทำเรซซิ่งสูทหนังเป็นครั้งแรก ด้วย “ความตั้งใจที่จะลองทำ” ที่เมืองฮามามัตสึนี้ เราเริ่มจากการเย็บเสื้อโค้ชหนังและกางเกงหนังติดกันตามชื่อเรียกซึ่งเรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิได้เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นที่การแข่งขันอาซามะโคเก็น ครั้งที่1 และผลจากที่เราได้เปิดตัวคือการได้รับคำชื่นชมจากเหล่านักแข่งว่า “เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานินั้นดีจริง” หลังจากนั้นการใช้ชุดผ้าในการแข่งขันนั้นลดลงและความนิยมในใส่เรซซิ่งสูทหนังในการแข่งขันในการแข่งขันมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหล่านักแข่งจำนวนมากที่ลงแข่งขัน เช่น การแข่งขันอาซามิคะซันต่างก็หันมาใส่เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิ



และเพื่อที่จะตอบสนองความคาดหวังของนักบิดทั้งหลายคุนิทาชิเองก็พัฒนาคุณภาพชุดหนังเรื่อยมา คุชิทานิได้รับฟังความต้องการของเหล่านักแข่ง ศึกษารูปภาพสูทหนังของแบรนด์ต่างประเทศจากนิตยสาร จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ปี ค.ศ.1960 แต่ละผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นได้เริ่มเข้าร่วมการแข่งขัน World Grand Prix นักแข่งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นได้ใส่เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิกันมาก ในประเทศตะวันตกเครื่องแต่งการประเภทหนังมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีแบรนด์ที่ผลิตชุดสำหรับการแข่งขันที่มีชื่อเสียงมาแต่ดั่งเดิม แต่ทว่า เหล่านักแข่งต่างชาติที่ได้ลองใส่ชุดของคุชิทานิต่างชื่นชมว่า “เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานินั้นดีเยี่ยม” เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิจึงกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของเหล่านักแข่งไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขันภายในหรือภายนอกประเทศ





  ก่อนปีค.ศ.1960 เรซซิ่งสูทหนังถูกนำมาใช้ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากและได้รับความชื่นชอบจากเหล่านักไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศอย่างการแข่งขันอาซามะคะซัน ในปี ค.ศ.1959 (รูป) หรือการแข่งขันที่ต่างประเทศอย่าง การแข่งขันWorld Grand Prix เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิได้รับการตอบรับอย่างดีจากเหล่านักแข่ง พอก้าวเข้าสู่ช่วง ค.ศ.1950 - ค.ศ.1960 กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการผลิตรถจักรยานยนต์และรูปแบบของรถพัฒนาอย่างมากและเทคนิคการผลิตของคุชิทานิก็พัฒนามาตามกัน ถือว่าเป็นช่วงที่ก่อรากฐานของคุชิทานิก็ว่าได้





การเติบโต (~ ค.ศ.1970)

  ฮามามัตสึ โตเกียว โอซาก้า และ ทั่วประเทศ

         ก่อนเข้าสู่ยุคค.ศ. 1960 กิจการของคุชิทานิเติบโตจากการผลิตและจำหน่ายเรซซิ่งสูทหนังเรื่อยมา แต่พอก้าวเข้าสู่ช่วงปีค.ศ.1970 คุณชิทานิได้ขยายตลาดสู่สินค้าที่ทำจากหนังในรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากเรซซิ่งสูท เช่น ถุงมือ รองเท้าบูทและเริ่มวางจำหน่ายสินค้าแบรนด์ชั้นนำของต่างประเทศอีกด้วย อาจเป็นเพราะลูกของโยชิฮิโระ คุชิทานิและโทชิโกะถูกเลี้ยงและเติบโตมาท่ามกลางความชื่นชอบรถจักรยานยนต์นั่นเอง แน่นอนว่า



นอกเหนือจากการตอบสนองความต้องการของนักแข่งแล้ว คุชิทานิยังคำนึงความต้องการของผู้ขับขี่ทั่วไปโดยเรียนรู้จากการเป็นผู้ขับขี่ด้วยตนเอง บรรดาลูกๆของโยชิฮิโระและโทชิโกะต่างช่วยเหลือกิจการที่บ้านและหนึ่งในนั้น คือ ฮิซาชิ คุชิทานิที่ดำรงเป็นประธานบริษัทและผู้ก่อตั้งสำนักงานโตเกียว เมื่อ ค.ศ.1971 สำนักงานโตเกียวจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากสำนักงานใหญ่ที่ฮามามัตสึ เช่น เรซซิ่งสูทหนัง และใช้สำนักงานที่โตเกียวในการทำตลาดต่างๆ  สำนักงานใหญ่คุชิทานิที่ฮามามัตสึเองได้เปลี่ยนเป็นนิติบุคคล เมื่อ ค.ศ.1971 และเปลี่ยนเป็นห้างหุ้นส่วนคุชิทานิ ก่อนปี ค.ศ.1960 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเหล่าช่างที่มีฝีมือทั้งสิ้น หลังช่วง ค.ศ.1970 คุชิทานิได้เพิ่มความสำคัญกับฝีมือของช่างในการผลิตสินค้ามากยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการจน



ทำให้กิจการขยายใหญ่มากยิ่งขึ้น ทั้งสำนักงานใหญ่คุชิทานิที่ฮามามัตสึและสำนักงานโตเกียวต่างช่วยกันทำให้กิจการเติบโตมาถึงปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ทำหน้าที่พัฒนาเรซซิ่งสูทหนังและพัฒนาการผลิต ส่วนสำนักงานโตเกียวทำหน้าที่ดูแลลูกค้าและทำการตลาดและพัฒนาการผลิตสินให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสำนักงานโตเกียวมีความหมายอย่างยิ่งต่อคุชิทานิที่ทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์และสินค้าที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์รอบโตเกียวเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ฮิซาชิ คุชิทานิผู้ดูแลสำนักงานโตเกียวเป็นผู้ที่หลงรักการแข่งรถจักรยานยนต์และได้ลงแข่งและได้รับใบอนุญาตนักแข่งนานาชาติระดับ A อีกด้วยและเขายังได้เสนอความคิดเกี่ยวกับสินค้าใหม่ให้แก่สำนักงานคุชิทานิที่ฮามามัตสึในฐานะนักแข่งคนหนึ่ง



ก่อนปี ค.ศ.1960 เรซซิ่งสูทหนังเป็นสิ่งที่ใช้ในการแข่ง คนที่ใส่เรซซิ่งสูทหนังก็เป็นคนเฉพาะกลุ่มและในกรณีของเรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิแต่ละตัวถือเป็นออเดอร์เมดเพราะจะถูกตัดเย็บให้เข้ากับสรีระของแต่ละคน ซึ่งโทชิโกะ คุชิทานิจะเป็นคนลงมือวัดตัวเองกับมือ แต่ทว่า ในช่วงปี ค.ศ.1970 เรซซิ่งสูทหนังก็เป็นที่นิยมอย่างมากในบรรดาผู้ขับรถจักรยานยนต์ทั่วไปเช่นกัน กระบวนการวัดตัวที่สำนักงานใหญ่ฮามามัตสึและสำนักงานขายโตเกียวจึงไม่รองรับความต้องการของทั่วประเทศได้ คุชิทานิจึงขยายสาขาไปยังทั่วประเทศในปี ค.ศ.1977 ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ที่คุชิทานิได้เข้าไปใกล้ชิดกับลูกค้าในท้องถิ่นต่างๆ กระบวนการ



วัดตัวทำเรซซิ่งสูทหนังก็เปลี่ยนเป็นระบบที่ให้ความแม่นยำและสามารถทำได้ที่สาขาที่ใกล้บ้านโดยไม่ต้องเดินทางมาถึงฮามามัตสึและโตเกียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาถึงฮามามัตสึเพราะ “อยากให้คุณแม่คุชิทานิ (โทชิโกะ คุชิทานิ) เป็นคนวัดให้กับมือ” “แม้เป็นแค่การเปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่ก็ตาม ก็อยากจะซื้อที่คุชิทานิฮามามัตสึ”

           แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ยังมีลูกค้าที่รักในคุณภาพงานของช่างคุชิทานิและถือว่าเป็นกำลังใจให้พนักงานได้พัฒนางานใหม่ๆขึ้นมา การลองทำสิ่งใหม่เรื่อยมาตั้งแต่เริ่มกิจการเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า



เป็นความรู้สึกที่ไม่มีวันลืมได้และเป็นสิ่งทีพนักงานทุกคนพึงระลึกอยู่ในใจเสมอและเป็นผลให้นักแข่งจำนวนมากให้ความชื่นชอบและใส่เรซซิ่งสูทของคุชิทานิในการแข่งขัน มีอยู่ครั้งหนึ่งทีมผู้ผลิตทีมหนึ่งได้แวะเข้ามาที่สำนักงานใหญ่คุชิทานิที่ฮามามัตสึในเช้าวันซ้อมแข่งขัน ได้ทิ้งเรซซิ่งสูทที่ขาดและรองเท้าบูทไว้ให้ช่างของคุชิทานิซ่อมในเวลากลางวันและมารับกลับกลางดึกก็มี คุชิทานิได้เริ่มให้บริการซ่อมในยุคแรกๆ และบริการซ่อมเรซซิ่งสูทแบรนด์อื่นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการแข่งขันก็ยังทำมาถึงปัจจุบัน 

    





ยุคแห่งการพัฒนา (~ ค.ศ.1980)

ก้าวสู่บริษัทที่อุทิศให้แก่วัฒนธรรมสองล้อ

ในช่วงปี ค.ศ.1980 ถือว่าเป็นยุคทองแห่งวงการสองล้อและการแข่งขันจักรยานยนต์ ยอดขายของรถจักรยานยนต์และยอดขายของเรซซิ่งสูทสูงมากขึ้นและถือว่าเป็นยุคแห่งความยินดีของคุชิทานิที่ได้ตอบสนองความต้องการจำนวนมหาศาลเหล่านั้น ชุดเรซซิ่งหนังซึ่งเป็นการผลิตแบบออเดอร์เมทไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้ในแต่ละครั้งแม้แต่ในปัจจุบันที่ผลิตได้ครั้งละตัวเท่านั้น เราเลือกหนังคุณภาพดีให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้และเย็บในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อให้งานออกมาดี ทั้งนี้แล้วต้องอาศัยประสบการณ์ของช่างที่สะสมมาในการขึ้นงานเท่านั้น เพราะการทำเรซซิ่งสูทหนังต้องอาศัยทั้งฝีมือและเวลาเลยก็ว่าได้ หากไม่พิถีพิถันในการเลือกหนัง มองข้ามเรื่องพื้นฐานของการตัดและวิธีการเย็บอาจทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายได้แต่ตามนโยบายของคุชิทานิแล้วเราจะไม่ทำเช่นนั้นเป็นอันขาด ถึงแม้ว่าเราอยากจะผลิตเรซซิ่งสูทหนังให้แก่ลูกค้าให้ได้มากเท่าที่สุดก็ตามซึ่งเราไม่อาจมองข้ามเรื่องคุณภาพสินค้าได้และถือเวลาเป็นช่วงที่คุชิทานิหนักใจกับปัญหาดังกล่าว  Wayne Gardner, Graeme Crosby, Randy Mamola นักแข่งสังกัด World Grand Prix ได้ให้ความไว้วางใจและชื่นชมแก่การดำเนินงานของคุชิทานิอย่างมาก โทชิโกะ คุชิทานิที่เป็นประธานบริษัทแล้วก็ยังลงมือวัดตัวให้กับเหล่าผู้ขับจักรยานยนต์ด้วยตนเอง จนถูกขนานนามว่า “คุณแม่ชาวญี่ปุ่น” จากชาวต่างชาติ แม้จะมีผู้ผลิตรายอื่น





เสนอเงินสัญญาที่มากกว่าแต่ก็นักแข่งจำนวนไม่น้อยที่ยืนยันว่า “อยากจะใส่เรซซิ่งสูทหนังของคุชิทานิตลอดไป โดยไม่เกี่ยงว่าเงินสัญญาจะมากหรือน้อยก็ตาม” และนั่นก็เป็นสิ่งที่ยืนยันถึง คุณภาพสินค้า ความปลอดภัยและสปิริตของคุชิทานิได้เป็นอย่างดี  วิวัฒนาการของเรซซิ่งสูทหนังได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีตัวป้องกันไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บแม้ว่าจะล้ม มีการเย็บขึ้นรูปให้เคลื่อนไหวได้ง่าย สนับเข่าที่ป้องกันการถลอกเมื่อเข้าโค้งหรือแม้กระทั่งทำหนังให้เป็นตาข่ายเพื่อให้สวมใส่ได้ง่ายในฤดูร้อน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการจากผู้ขับขี่ในรูปแบบใด คุชิทานิพร้อมที่จะดัดแปลงมาใช้โดยเร็วกว่าใคร  พร้อมกันนั้นความก้าวหน้าของรถแข่งก็มีวัฒนาการมากขึ้น มีการเพิ่มอุปกรณ์กันล้มเมื่อเวลาล้อลื่นและเพิ่มhigh sideกันล้มเพื่อป้องกันเมื่อนักแข่งกระเด็นออกไปกลางอากาศ





 ซึ่งก็แสดงถึงความต้องการมีต่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่มากขึ้นนั่นเอง หนังที่นิยมมาใช้ในช่วง ค.ศ.1960~ค.ศ.1970 เป็นหนังที่ลูกวัวมีความบางเบาและเคลื่อนไหวง่าย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 เป็นต้นไปผู้คนเริ่มหันมานิยมหนังวัวที่โตเต็มวัยเพื่อที่ได้ความแข็งแกร่งทนทานกันเสียมาก ในกรณีที่เป็นเรซซิ่งสูทหนังของต่างประเทศจะใช้หนังที่แข็งหนาทำให้เคลื่อนไหวไม่ถนัดแต่คุชิทานิใช้หนังที่หนาแต่ให้การเคลื่อนไหวสะดวกและมีคุณภาพสูงกว่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของคุชิทานิที่นักแข่งต่างชาติยอมรับ  เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ความต้องการเรซซิ่งสูทหนังมีมากขึ้นเนื่องจากความนิยมในการแข่งรถ ความนิยมชุดให้ทั้งความปลอดภัยและมีความเป็นแฟชั่นที่ออกแบบจากดีไซน์เนอร์เริ่มมีมากขึ้น จนถือกำเนิด



 EXPORER ซึ่งเป็นสินค้าสำหรับการขับขี่ทางไกลเและสร้างภาพพจน์และความหลากหลายในประเภทสินค้าของแบรนด์คุชิทานิที่มีเป็นแบรนด์ที่มีภาพของการแข่งขัน หลังจากนั้นกิจการของคุชิทานิมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นและมีการก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าคุชิทานิในปี ค.ศ.1981 และเปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนคุชิทานิเป็นบริษัท คุชิทานิ จำกัด ในปีค.ศ.1982 และมีการสร้างสำนักงานใหญ่ที่แขวงมิชิมะ เขตฮามามัตสึ ในปี  ค.ศ.1986 และก่อตั้งMANX KUSHITANI ในปี ค.ศ.1988 ที่ Isle of Man ประเทศอังกฤษ คุชิทานิเริ่มมองและขยายตลาดต่างประเทศในช่วงนั้น นอกจากนี้ในปี ค.ศ.1989 ได้ตั้งสนามแข่งNasu Explore ที่จังหวัดโทจิคิ อำเภอคุโระอิโสะ (ปัจจุบัน คือ เขตนะสุชิโอะฮาระ) คุชิทานิไม่ใช่เพียงแค่ผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายเท่านั้น เรายังตั้งใจ



ว่าจะทำสถานที่ที่ให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งหลายได้สนุกอย่างปลอดภัยภายในสนามแข่งยังมีพิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์วินเทจเพื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมสองล้ออีกด้วย

       ปัจจุบันสนามแข่ง Nasu Explore ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Nasu Motor Sports Land และได้เปลี่ยนกรรมสิทธ์แล้ว แต่ก็ยังได้รับการตอบรับจากผู้ใช้จักรยานยนต์เป็นอย่างดีและยังถูกใช้เป็นสนามแข่งที่ให้ความสนุกแก่ทุกคนอยู่เรื่อยมา เป้าหมายเริ่มแรกที่จะสร้างสถานที่ที่ให้ความสนุกกับรถจักรยานยนต์และเป้าหมายที่จะวางโครงสร้างของวัฒนธรรมรถจักรยานยนต์ได้ประสบความสำเร็จคุนิทาชิเองก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างมาก





เมื่อเข้าสู่ปีค.ศ.1990 ยุคทองของรถจักรยานยนต์นั้นตกผลึกเพราะเผชิญกับวิกฤตฟองสบู่ทำให้ตลาดสินค้ารถจักรยานยนต์ตกต่ำลงมาก ทั้งที่ช่วงค.ศ.1980 ถือว่าเป็นช่วงที่สร้างความรุ่งเรืองอย่างมากแต่ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจสร้างผลกระทบต่อความต้องการไม่น้อยเลยภายหลังปีค.ศ.1990 แม้ว่าสภาพตลาดที่เคยครอบครองจะค่อยๆเล็กลงแต่คุนิทาชิเองไม่ได้ลืมความรู้สึกเมื่อครั้งก่อตั้ง ความรู้สึกของพวกช่างยังคงมุ่งที่จะผลิตสินค้าให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามีรอยยิ้ม เรซซิ่งสูทหนังของเรานั้นเราพิถีพิถันในการเลือกหนังที่มีคุณภาพดี วางตัดให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมและช่างที่มีฝีมือและมากประสบการณ์บรรจงเย็บ

จนเสร็จ ถุงมือ รองเท้าบูท เสื้อแจ็คเก็ต กางเกง เสื้อผ้าแนวแฟชั่นต่างๆ เราคำนึงถึงคุณภาพเป็นหลักไม่เปลี่ยนแปลง



แม้จะดัดแปลงดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัยแต่ด้านคุณภาพ ความปลอดภัยและความสบายในการสวมใส่เป็นสิ่งที่เราไม่ยอมละเลยแต่อย่างใด ภายหลังช่วง ค.ศ.1990  คุชิทานิได้ใช้วัตถุดิบใหม่ เช่น สารเคลือบไซล่อน เส้นใยเคฟล่าผสมผสานกับเรซซิ่งสูทเพื่อให้ได้การสวมใส่ที่สบายมากยิ่งขึ้น วิวัฒนาการของหนังได้มีมากขึ้น เช่น การใช้หนังในการทำรองเท้าบูทโดย Proto-core leather ซึ่งมีคุณสมบัติในการกันน้ำและลุกค้าสามารถซักเองได้ที่บ้าน และหนึ่งนั้นคือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า Explorer Jeans ผสมผสานคุณสมบัติของหนังที่ให้ความปลอดภัยเข้ากับยีนที่มีแฟชั่นในตัว Explorer Jeansให้ความรู้สึกนุ่มนวมต่างจากกางเกงแบบเดิมได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าหลายระดับ



คุณภาพที่มากขึ้นและการก้าวล้ำของเทคโนโลยีทำให้เราเดินทางมาไกลได้ถึงปัจจุบันและเรายังไม่หยุดที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆต่อไป ตั้งแต่ปลายปีค.ศ.1990 ถึงช่วงค.ศ.2000 เราได้เพิ่มคู่ค้าที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปและมีแผนที่จะขยายแบรนด์คุชิทานิออกไปในแต่ละประเทศเอเซียที่พัฒนา คุชิทานิเข้าไปทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยความตั้งใจที่จะเผยแพร่เรซซิ่งสูทหนังและสนับสนุนการแข่งขันเพื่อผลักดันวัฒนธรรมสองล้อในประเทศเอเชียและในประเทศญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน คุชิทานิได้ขยายกิจการนอกเหนือจากวงการรถจักรยานยนต์ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านและคาเฟ่ที่สถานีริมทางที่จุดจอดรถชิมิสุ จุดพักรถฮามามัตสึที่มีชื่อว่า " HARI T.R.S " และเปิดร้านขนาดเล็กที่ชื่อว่า "KUSHITANI PRO TENT" ในเมืองที่ไม่มีร้านคุชิทานิและยังเปิด "KUSHITANI FITTING SIBIZ" ร้านที่ลูกค้าสามารถลองใส่ชุดสูทหนังต่างๆได้ นอกจากนี้แล้วยังมี "KUSHITANI RIDING MEETING" ของชมรมสนามนักแข่งและยังเปิด "KUSHITANI COFFEE BREAK MEETING" ให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สามารถนั่งดื่มกาแฟและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ หากเปรียบกับยุคทองของรถจักรยานยนต์ในช่วง ค.ศ.1880 ถือว่าตลาดรถจักรยานยนต์เล็กตัวลงอย่างมาก แต่อย่างนั้นก็ตามก็ยังคงมีคนที่รักในการขับขี่รถจักยานยนต์และอยากที่จะใช้รถจักรยานยนต์ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง

    





   

  สำหรับลูกค้าบางท่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับรถจักรยานยนต์มาก่อนบางท่านหันมาสนใจสินค้าหนังและรถจักรยานยนต์เพราะได้มีโอกาสแวะมาที่ร้านของคุชิทานิที่จุดจอดรถ ความท้าทายของคุชิทานิที่จะสร้างความต้องการใหม่ๆจากความคิดใหม่ๆเป็นจริงขึ้นมาเรื่อยๆ โยชิฮิโระ คุชิทานิและโทชิโกะ ผู้ก่อตั้งคุชิทานิได้ส่งต่อกิจการนี้มาถึงรุ่นลูกและรุ่นหลาน

เป็นเวลากว่า 70 ปีตั่งแต่ก่อตั้งกิจการ รูปแบบของการใช้รถจักรยานยนต์ก็เปลี่ยนไป ชุดเรซซิ่งหนังของคุชิทานิเองผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในช่วงแรกใน ค.ศ.1950 กับผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุดกลับมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกันและสิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะ "ผลิตสินค้าให้ดียิ่งขึ้นเพราะเราอยากเห็นรอยยิ้มของลูกค้า" ความตั้งใจของเหล่าช่างผู้ก่อตั้งคุชิทานิเมื่อ70ปีก่อนนั้นยังคงสืบถอดมาถึงพนักงานรุ่นปัจจุบัน การท้าทายต่อสิ่งใหม่ๆ เหมือนกับที่ผู้ก่อตั้งคุชิทานิลงมือทำเรซซิ่งสูทหนังตัวแรกด้วย "ความรู้สึกลองทำ" หากมีโอกาสเชิญมาเที่ยวชมอีเว้นท์ที่คุชิทานิจัดขึ้นและเลือกชมสินค้าของคุชิทานิ ซึ่งท่านจะสัมผัสได้ถึงคุชิทานิสปิริตหรือความเป็นคุชิทานิที่"เสนอสินค้าคุณภาพดียิ่งขึ้น ให้ความปลอดภัยและสวมใส่สบาย"อย่าแน่นอน


PRODUCTS AND SERVICE

Prodacts for all rider in Thailand!

VIDEO

CONTACT US

ปุณณดา สงวนสุข

Kushitani(Thailand) Co.,Ltd. 2/2 Soi Naknivas27, Naknivas Rd. , Khwaeng Chorakhe Bua, Lat Phrao, Bangkok 10230 Thailand

Expedition


  • N/A

  • N/A

  • N/A

  • N/A

  • N/A

JOBBKK.COM © Copyright All Right Reserved

Jobbkk has only one website. In no case, we have an affiliate, agent or appointee. Please do not rely on any other website, email, telephone, SMS or other contacting channel. If it is a case, we will prosecute under a lawsuit in the upmost as allowed. DBD

Top