ไอดีซี ชี้ อุตฯ ไอซีทีไทยปี 58 โตแค่ 3.8% สมาร์ทโฟนตัวหลักของตลาด

  • 11 May 2020
  • 884
หางาน,สมัครงาน,งาน,ไอดีซี ชี้ อุตฯ ไอซีทีไทยปี 58 โตแค่ 3.8% สมาร์ทโฟนตัวหลักของตลาด

ไอดีซี ชี้การใช้จ่ายด้านไอซีทีของไทยในปี 58 โตเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคมีการใช้จ่ายที่โตน้อยลง และเงินลงทุนที่หายไปของภาคธุรกิจ แต่ค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 59 เชื่อ Wearable บูมปลายปีหน้า และ 4G จะเป็นตัวขับดันเศรษฐกิจดิจิตอล...

ภาพรวมของการใช้จ่ายด้านไอทีและการสื่อสาร (ไอซีที) ของประเทศไทยในปี 2558 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 3.8 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เติบโตเล็กน้อยและเงินลงทุนที่หดหายไปของภาคธุรกิจ รายงานการสำรวจนี้มาจาก การปรับปรุงรายงานการใช้จ่ายไอซีทีของประเทศไทยในปี 2558 ที่มีฐานมาจาก ข้อมูลเชิงลึกในตลาดต่างๆ ของธุรกิจไอซีที จำนวน 11 ธุรกิจที่ไอดีซีทำการเก็บข้อมูลและคาดการณ์แนวโน้มตลาดอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ IDC Tracker การปรับปรุงนี้ได้มีการทบทวนการใช้จ่ายในตลาดหลักๆ เช่น ตลาดโทรคมนาคม ไคลเอนต์ดีไวซ์ ซอฟต์แวร์ในองค์กร ระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร (enterprise computing) บริการด้านไอที และ อุปกรณ์ต่อพ่วงไอทีต่างๆ

การเติบโตในการใช้จ่ายด้านไอซีทีของไทยจะเติบโตเพียงเล็กน้อยในปี 2558


จนถึงขณะนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่เป็นอันดับสอง สำหรับสินค้าและบริการด้านไอซีทีในภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าจะประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจซบเซา และปัญหาด้านการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2558 คาดว่าจะมีการใช้จ่ายด้านไอซีทีที่มีจากหน่วยงานภาครัฐฯ ภาคธุรกิจเอกชน และผู้บริโภครวมกัน จะอยู่ที่ราว 20.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายไมเคิล อาราเนต้า ผู้จัดการประจำเทศไทย ระบุว่า ในปี 2558 นี้ค่อนข้างเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจไอซีทีของไทย อัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอซีทีโดยทั่วไปแล้วพบว่า จะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า จีดีพี ของประเทศราวร้อยละ 3-8 หน่วย แต่ทว่าในปีนี้ ส่วนต่างระหว่างช่วงดังกล่าวหดแคบลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม ปี 2558 มีสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นสำหรับแนวโน้มของการปรับเปลี่ยนที่ค่อนข้างเด่นชัดในตลาดไอซีที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่ 3 อย่างเช่น คลาวด์, โมบิลิตี้ และ การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า เกิดขึ้น เราคาดว่า การฟื้นตัวจะค่อยๆ เกิดขึ้นในปี 2559 แต่ในปีหน้าที่จะมาถึงเราจะเห็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของตลาดไอทีไทย บทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจ ไอซีที ที่มีโจทย์และความท้าทายใหม่กำลังจะเข้ามา”

ตลาดสมาร์ทโฟนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง


ปี 2558 ค่าใช้จ่ายด้านไอซีทีคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7 ของจีดีพี ไอดีซี คาดกว่า การเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอซีที จะมีอัตราการเติบโตเทียบเท่ากับภาคการเกษตรของประเทศ โดยสัดส่วนของการใช้จ่ายนี้ บริการโทรคมนาคมจะมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 45.5 และไอทีอยู่ที่ร้อยละ 54.5 การเติบโตของตลาดไอทีในปี 2558 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างทรงตัวที่ร้อยละ 1.9 โดยส่วนมากเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง สำหรับตลาดบริการโทรคมนาคม จะมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงที่ร้อยละ 6.2 ทั้งนี้กลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจเอกชนยังคงมีการเพิ่มการใช้บริการด้านรับส่งข้อมูลสูงขึ้น

การใช้จ่ายด้านสมาร์ทโฟนยังคงเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดไอซีทีในกลุ่มผู้บริโภค จากรายงานการศึกษาของ ไอดีซี พบว่า ธุรกิจสมาร์ทโฟนมีสัดส่วนคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการใช้จ่ายไอซีที ในกลุ่มผู้บริโภค และยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนยังมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขถึงสองหลัก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ทว่า ในปีนี้ อัตราการเติบโตค่อนข้างจะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียงแค่ตัวเลขหลักเดียว

นายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์อาวุโส สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าอัตราการเติบใช้สมาร์ทโฟนในบ้านจะมีสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 50 ของประชากรโดยรวมและราคาของอุปกรณ์เหล่านี้เริ่มมีราคาต่ำลง แต่ทว่า อัตราการเติบโตของตลาดในปีนี้คาดว่ายังคงชะลอตัวลง แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ตลาดสมาร์ทโฟนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ด้วยยอดจำหน่ายราว 20 ล้านเครื่องในปี 2558 จะมีผู้บริโภคหน้าใหม่สำหรับสินค้า หรือบริการด้านไอซีทีที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ด้วยราคาที่สามารถซื้อหาได้ และความคล่องตัวในการใช้งานของสมาร์ทโฟนได้ ทำให้อุปกรณ์นี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าในปี 2560 ประชากรไทยจะมีการใช้สมาร์ทโฟนสูงถึง 70% สำหรับผู้ใช้งานหลายล้านคนนี้ สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้พวกเขาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มนี้ที่เพิ่งจะเรียนรู้ไอทีและเริ่มใช้งานไอที ถือเป็นโอกาสสำคัญให้ผู้ให้บริการในการให้บริการ หรือนำเสนอแอพพลิเคชั่นต่างๆ อีกด้วย

นักวิเคราะห์อาวุโสฯ ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวต่อว่า นวัตกรรมถัดไปที่จะเปลี่ยนแปลงตลาดจำเป็นจะต้องเป็นสิ่งที่มีความยั่งยืนในตลาดไอซีทีของผู้บริโภค ไอดีซีคาดว่า อัตราการจำหน่ายของสมาร์ทโฟนกำลังจะลดน้อยลงในอนาคต สอดคล้องกับการหดตัวของตลาดแท็บเล็ต ผู้บริโภคกำลังเริ่มมองหานวัตกรรม ที่คล้ายคลึงกันกับการปรากฏตัวของสมาร์ทโฟนเมื่อแปดปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องโชคร้ายที่ สิ่งที่คาดว่าจะเป็นจุดหักเหที่สำคัญในปัจจุบัน อย่างอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารชนิดสวมใส่ (wearable) ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดมากนัก และส่วนมากจะถูกจำกัดโดยหน้าที่การใช้งานเฉพาะเท่านั้น โดยอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารชนิดสวมใส่นี้ ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับนวัตกรรม ที่จะโดนใจและเข้าถึงผู้บริโภคลำดับถัดมา แต่กลับไม่พบเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมตลาดทั่วไปถึงต้องใช้งานสิ่งนี้ในปัจจุบัน ไอดีซีคาดว่าเวลาที่เหมาะสมในการทำตลาดสำหรับอุปกรณ์นี้น่าจะช่วงสิ้นปี 2559

4G จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล


นายจาริตร์ กล่าวอีกว่า 4G จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล การใช้จ่ายด้านบริการโทรคมนาคมของประเทศซึ่งได้รับแรงหนุนมาจากปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตร้อยละ 6.2 ในปี 2558 และร้อยละ 6.5 ในปี 2559 การให้บริการเชิงพาณิชย์สำหรับเครือข่าย 4G ถือเป็นจุดหักเหที่สำคัญต่ออัตราการเติบโตไม่เพียงแต่ธุรกิจโทรคมนาคมเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย 

"แต่ยังคงมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับเครือข่าย 4G ว่าจะเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจดิจิตอลหรือไม่ ด้วยอัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วของ 4G ได้มีส่วนในการเพิ่มผลผลิต สร้างนวัตกรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาบริการใหม่รวมถึงการมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจดิจิตอลนั้นจะเดินต่อไปได้หรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับโครงข่ายบรอดแบนด์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจึงเกินกว่าจะสามารถคาดเดาได้ ทั้งนี้ ไอดีซี หวังว่า ความต้องการใช้งาน 4G จะก่อให้เกิดการใช้บริการรับส่งดาต้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่สูงขึ้น หากบริการ 4G มีการเปิดประมูลใบอนุญาตเกิดขึ้นจริงภายในปี 2558 คาดว่าจะเริ่มมีการติดตั้งและวางโครงข่ายทำให้เราจะสามารถใช้บริการนี้ได้ในครึ่งปีหลังของปี 2559" นักวิเคราะห์อาวุโสฯ ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าว

การใช้จ่ายของภาคธุรกิจในแง่ของการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรที่เพิ่มขึ้น


นายจาริตร์ กล่าวถึงตลาดไอซีทีในกลุ่มผู้บริโภคว่า คอนซูมเมอร์ยังชี้นำตลาดไอซีที แต่สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนไป การใช้จ่ายไอซีทีของกลุ่มผู้บริโภคมีสัดส่วนอย่างน้อย 65% แต่สัดส่วนดังกล่าวนี้คาดว่าจะลดลงตามลำดับในอนาคต การใช้จ่ายไอซีทีของภาคธุรกิจกับเริ่มเห็นแรงหนุนที่มาจากองค์กรธุรกิจต่างๆ เริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่ 3 เพื่อสร้างความยั่งยืน และคงความสามารถการแข่งขันของธุรกิจ ส่วนภาคธุรกิจคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายร้อยละ 6.1 ในปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 4.4 อัตราการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากความต้องการใช้งานบริการด้านไอที และการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรที่เพิ่มขึ้น 

ภาคบริการทางการเงินยังคงเป็นกลุ่มหลัก ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในยุคถัดไปมากที่สุด ส่วนมากจะเป็นการลงทุนในด้าน ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ หรือการทำเวอร์ชวลไลเซชั่น ตลอดจนการให้บริการต่างๆ ผ่านคลาวด์ของกลุ่มธุรกิจจะเกิดขึ้นภายในปี 2559 ขณะที่ แผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิตอลเป็นอะไรที่มากกว่าเรื่องน่ายินดี แต่เรื่องนี้จะกระตุ้นการเติบโตตลาดไอซีทีหลังปี 2559 ไปแล้ว ในกรณีที่มีแผนแม่บทนี้จะผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนทั้งเศรษฐกิจของประเทศและอุตสาหกรรมไอซีทีของบ้านเรา อย่างไรก็ตาม ไอดีซีคาดว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 เป็นต้นไป

ส่วน นายเสถียรพร สุวรรณสุภา นักวิเคราะห์ตลาด ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า มีบางอย่างที่แน่นอนว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้เราจะได้เห็นประโยชน์ในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ในเบื้องต้นจะเป็นโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านไอซีทีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือการให้การบริการเพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐฯ หรือองค์กรธุรกิจเอกชน ผลกระทบนี้จะเริ่มขยายวงกว้างในที่สุด ตลาดผู้บริโภคจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่รู้สึกได้ถึงผลกระทบดังกล่าวนี้ แต่ตลาดกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะทำให้แผนงานนี้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้หรือไม่

นักวิเคราะห์ตลาด ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวด้วยว่า ไอดีซีเชื่อว่า ส่วนที่มีความท้าทายที่แท้จริงสำหรับเศรษฐกิจดิจิตอลจะมาจากการเกิดใหม่ของจำนวนผู้ประกอบการดิจิตอล ด้วยระบบไอซีที ที่พัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ไทยจะมีโอกาสอย่างมากในการกลายเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมของภูมิภาคนี้ หากลองนึกภาพการเป็นยักษ์ใหญ่เรื่องเทคโนโลยียุคใหม่ที่เริ่มมาจากประเทศไทย. 

JOBBKK.COM © Copyright All Right Reserved

Jobbkk has only one website. In no case, we have an affiliate, agent or appointee. Please do not rely on any other website, email, telephone, SMS or other contacting channel. If it is a case, we will prosecute under a lawsuit in the upmost as allowed. DBD

Top